วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

วิธีสร้างแรงบันดาลใจเพื่อกระตุ้นชีวิตให้ดีกว่าเดิม


“ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้” <<< หนังดีที่ควรดู
ชีวิตคือความสวยงาม ผมประทับทุกฉากที่อยู่ในหนังเรื่องนี้ ถึงแม้การผจญภัยแบบตัวเอกในเรื่องจะเป็นแบบสุดโต่ง แต่ผมขอยืนยันว่าชีวิตที่ดี บางครั้งต้องเกิดจากเรื่องไม่คาดฝัน

ผมมีความลับจะบอก…!!!
แม่ผมเป็นมะเร็ง ผมตกงาน รถโดนทุบ เงินเก็บเหลือ 300 บาท เรื่องเลวร้ายครั้งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมได้มีโอกาสสร้างถนนสายการเป็นนายตัวเอง ทำตามความฝันของตัวเอง ไม่ต้องเป็นมนุษย์เงินเดือนอีกต่อไป
ผู้หญิงคนหนึ่งถูกไล่จากงานประจำเงินเดือน 60,000 รู้สึกอายที่กลายเป็นคนไม่มีงานทำ ขายขี้หน้าเพื่อนๆ กลายเป็นคนขี้แพ้จากการประนามของสังคม แต่ด้วยความใจสู้ เข้มแข็ง แกร่ง…!!! การลุกขึ้นมาครั้งล่าสุดของเธอก่อให้เกิดธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ 6 หลักต่อเดือน เล่นคนที่ีเคยหัวเราะเยาะเธอหุบปากไปเลย
น้องคนหนึ่ง ทำงานหลายอย่าง เปลี่ยนงานไปเรื่อยๆเพราะยังไม่เจอที่ถูกใจ จนคนรอบข้างดูถูกดูแคลน สงสัยว่าชาตินี้คนอย่างแกจะเอาดีได้ยังไง หนักๆเข้าด้วยความทนไม่ไหว ทำให้เธอตัดสินใจสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของเธอเอง รายได้เพียงสัปดาห์เดียว เท่ากับเงินเดือนปริญญาโทสองเดือน
พี่ผู้ชายคนหนึ่ง บุคลิกดี มั่นใจ เก่ง มีความสามารถ แต่ถูกสภาพเศรษฐกิจบีบคั้นให้ต้องตกงาน หนี้สินเพียบ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาตัดสินใจทำตามความฝันที่เขาต้องการ ทุกวันนี้ธุรกิจตามความฝัน ธุรกิจที่เขาทำให้กำไรแค่ 20,000 กว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น แต่ต้องคูณอีก 5 ก้อนเพราะมาจาก 5 ธุรกิจ
หนุ่มอารมณ์ดีคนหนึ่งตัดสินใจเดินลุยตามความฝันตั้งแต่เรียนจบ สุดท้ายเจ๊ง ไปไม่รอดในโลกธุรกิจ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เขาพัฒนาตัวเอง เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เริ่มเป็นคนสร้างงานไม่ใช่รอให้งานสร้างเขา ล่าสุดพี่แก Line มาหาผม บอกเล่าว่าต้นปีมีงานเข้าแล้วเป็นเงิน 7 หลัก
และอีกเยอะแยะมากมายที่ผมจำได้แม่น กับจำไม่ได้แล้ว…!!!
เชื่อผมมั้ย ว่าชีวิตเป็นเรื่องการผจญภัย ไม่เจ็บก็ไม่โต ไม่ใช่เพราะซาดิสต์ แต่หลายครั้งความเจ็บปวดกลายเป็นยากระตุ้นที่ทำให้ชีวิตเราดีกว่าเดิม
ทุกคนเล่าตรงกันว่า พวกเขาผ่านการดูถูกดูแคลน ผ่านการล้มเหลว ผ่านการลองผิดลองถูก ผ่านแม่น้ำสายน้ำตา ผ่านการถูกทรยศหักหลัง ผ่านการถูกเหยียบย่ำจนต่ำติดดินกันมาแล้วทั้งนั้น แต่ที่เขาล้วนทำสำเร็จ คือเขาล้มแล้วลุก ลุกแล้วเดินไปข้างหน้า พอผมถามว่าเพราะอะไรพี่ถึงลุกและวิ่งไปต่อได้ทั้งๆที่เจ็บหนักขนาดนั้น และคำตอบของคำถามนี้ ผมยกให้เป็นความลับที่สุดของที่สุดเลยครับ
พวกเขาบอกผมว่า เพราะมี



“ความหวัง”
คำถามคือแล้วความหวังมันสร้างกันยังไง???
……………………………………………………………
หนังสือส่วนใหญ่ที่ขายดีระดับ Best Seller มักจะเขียนถึงข้อดีของการเชื่อในอนาคตที่ดีขึ้นของตัวเอง ผมเองก็เชื่อเช่นกัน แต่หลายครั้งผมเคยคุยถึงอกถึงใจกับคนที่หมดสิ้นความหวังในชีวิต คนที่คิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ ไม่มีอะไรทัดเทียมกับคนอื่น คนที่ไม่เชื่อมั่นว่าเขาสามารถออกแบบดีไซน์ชีวิตตัวเองให้เป็นไปตามที่ต้องการได้ ผมลองรวบรวมความรู้สึกของคนที่หมดหวังในชีวิต สังเกตุได้ประมาณนี้ครับ
  • ตื่นมาตอนเช้าด้วยความรู้สึกว่า “อะไรวะ แมร่ง”
  • เบื่อตัวเองมากกว่าจะชอบตัวเอง
  • รู้สึกท้อแท้ หัวใจดูปวดบวมช้ำตลอดเวลา
  • ไม่เชื่อว่าตัวเองจะมีอนาคตที่ดีกว่านี้
  • บอกไม่ได้ว่าตัวเองต้องการอะไร
  • ด่าทุกคนที่อยู่รอบข้าง รวมทั้งตัวเองด้วย
  • เครียด ทุกข์ เศร้า อยากร้องไห้ตลอดเวลา
  • อยากสร้างหนี้ตลอดเวลา เพราะอยากยกระดับชีวิตด้วยรายจ่าย
  • กินข้าวแล้วรู้สึกไม่อร่อย
  • เหงาตลอดเวลา
  • เอาแต่ใจตัวเองสุดๆ ชนิดที่หาเหตุผลไม่ได้
  • ใส่อารมณ์กับคนรักแบบไม่มีสาเหตุ
  • หัวเราะไม่เต็มเสียง ฝืนหัวเราะ
  • ไม่มีแรงจะทำชีวิตให้ดีกว่าเดิม
ถ้าคุณมีอารมณ์เหล่านี้บางข้อ แสดงว่าคุณเริ่มหมดไฟแล้ว แล้วถ้าคุณมีมันทุกข้อ ยินดีด้วย คุณกำลังใช้เคล็ดวิธี The bad Secret หรือความลับที่ทำให้ชีวิตคุณหมดหวัง ข่าวดีคือผมมีเคล็ดลับที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณมีความหวังอีกครั้งได้
วิธีการมองตัวเองในวันนี้ของ จะกำหนดชะตากรรมที่เหลือทั้งชีวิต…!!! ข่าวดีก็คือถ้าใครได้อ่านบทความนี้แล้วเกิดเปลี่ยนความคิด จากหมดแรง หมดไฟ  กลายเป็นมีพลังและมีเสียงอะไรบางอย่างข้างในที่เริ่มบอกว่า เฮ้ย ไม่แน่กูอาจจะเก่งก็ได้ ถ้าเสียงของคุณดังพอจนคุณอยากจะลองเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองซักตั้ง แสดงว่าความอ่อนแอของคุณมันเป็นของปลอม  แต่ถ้าคุณอ่านแล้วมองไม่เห็นชีวิตในอนาคตของคุณที่ดีกว่าเดิม ผมอยากให้คุณชั่งใจก่อน ทำไมไม่ลองเดิมพันกับโอกาสที่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายดูหละ โอกาสที่คุณจะลองสร้างไฟ สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง แล้วสร้างพลังในการทำชีวิตให้สุดยอดแล้วลุยอีกครั้ง…!!!
วิธีสร้างความหวัง สร้างไฟให้ลุกโชน ปลุกเร้าความทะเยอทะยานให้มีแรงสร้างอนาคตให้ชีวิต ชนิดได้ผล 100% ส่งตรงจากประสบการณ์ของผม เป็นบทความพัฒนาชีวิตตัวเองบทความที่สามต่อจาก วิธีสร้างศรัทธาตัวเอง กับ 8 วิธีเปลี่ยนตัวเองจนเพื่อนตะลึง เชิญเสพได้เลย
กำหนดเป้าหมายเสียที…เขียนลงในกระดาษ…แปะที่หน้าประตูห้อง
เขียนสิ่งที่คุณอยากได้ อยากเป็น อยากทำชีวิตให้ถึงจุดนั้น เขียนแล้วแปะไว้ที่หน้าประตูห้อง ทุกครั้งที่คุณตื่นและออกจากห้องนอน คุณจะได้เห็นเป้าหมายที่คุณเขียนแปะเอาไว้พร้อมกับบอกตัวเองว่า เราไม่ได้ออกจากห้องไปหาเงิน เราออกจากห้องไปหาชีวิตที่เราต้องการ มีงานวิจัยออกมาแล้วว่าการเขียนเป้าหมายลงไปในกระดาษ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่แค่คิดไว้ในหัวสมองเยอะ มีช่วงหนึ่งผมเคยเขียนตอนผมตกงานแบบประชัดว่า ผมจะมีรายได้ XXX บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มนุษย์เงินเดือนไม่มีทางทำได้ภายใน 1 เดือน ถึงแม้ผมเขียนเล่นๆ แต่ผมทำได้จริงๆ
ไปวิ่งออกกำลังกายหรือเดินเล่นที่หมู่บ้านคนรวย
การไปวิ่งที่หมู่บ้านคนรวยคือการไปดูบ้านในฝันของคนที่ผ่านจุดแบบเรามาแล้ว เราไม่รู้ว่าเขาผ่านหรือไม่ผ่านชีวิตแบบเรา แต่ให้มโนไปก่อนว่าใช่ เขาเคยเป็นแบบเรามา เขาทำได้ เราต้องทำได้ ไม่ว่าคุณอยากจะมีบ้านหลังใหญ่ๆโตๆหรือไม่ การไปดูบ้านแห่งความสุขของคนอื่นมันจะกลายเป็นความหวังและแรงผลักดันให้ตัวเราเองอย่างมหาศาล ทุกวันนี้ทุกครั้งที่ผมเหนื่อยล้า หรือเกิดหดหู่ขึ้นมา ผมจะรีบรอให้ตกเย็นแล้วเอารองเท้าวิ่งไปวิ่งที่หมู่บ้านคนรวยทันที ทุกครั้งที่ผมเห็นบ้านหลังงาม ผมจะมีพลังในการหาเหตุผลมาทำให้ชีวิตของผมมีแรงกายแรงใจเสมอ ยิ่งวิ่งตอนเช้าๆขณะพระอาทิตย์ขึ้นด้วยิ่งได้อารมณ์คึก
ไปซื้อบ้านในฝันด้วยความฝัน 0 บาท
ผมขอแนะนำให้เเต่งตัวไปดีๆ แต่งหล่อๆสวยๆไปเลยครับ ไปดูบ้านเหมือนประมาณว่าเรากำลังตัดสินใจจะซื้อมัน เหมือนจะซื้อ แต่ไม่มีตังค์ซื้อ การไปดูบ้านที่เราอยากได้ เห็นราคาค่างวด รวมไปถึงลองจินตนาการว่าถ้าเราอยากได้หลังนี้ เราจะต้องออกแบบชีวิตทางการงานและการเงินของเรายังไง การมองเห็นโจทย์ที่ดี จะทำให้สมองของเราหาวิธีการแก้โจทย์ที่ดีด้วย ดังนั้นถ้าคุณมีแฟน มีพี่น้อง คุณควรจับมือกันไปหมู่บ้านจัดสรรสวยๆ บ้านที่คุณอยากได้ บ้านที่คุณยังไม่มีปัญญาซื้อในตอนนี้ และเป็นบ้านที่คุณจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาในอนาคตด้วยกำลังของคุณเอง เข้าไปดูบ้านตัวอย่าง ไปกินน้ำดื่มฟรีที่เซลล์เอามาให้ ไม่ผิดที่เราจะคิดว่าตัวเองรวยทั้งๆที่ตัวเองยังไม่รวย การไปอยู่ในที่ๆเราอยากอยู่จะทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจมหาศาลระดับสุดยอด…!!!
ลงเรียนสัมมนาหาความรู้ที่เกี่ยวและไม่เกี่ยวกับอาชีพ 
ตอนที่ผมลงเรียนภาษาอังกฤษ ผมค้นพบว่าคนเก่งๆที่ประสบความสำเร็จในชีวิตหลายๆที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เขาก็โง่ภาษาอังกฤษพอๆกับผม ลองจินตนาการว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณได้ลงเรียนครอส์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับความสามารถทางด้านอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับสายอาชีพคุณ อาทิเช่น เรียนการเขียน เรียนการพูด เรียนบัญชี เรียนการแต่งเพลง เรียนทำขนม เรียนทำผม เรียนแต่งหน้า เรียนภาษาตุรกี เป็นต้น การเรียนรู้พวกนี้อาจจะส่งเสริมหรือไม่ส่งเสริมอาชีพคุณก็ไม่รู้ แต่ถ้าคุณทำได้ คุณคือคนที่ก้าวออกจาก Comfort Zone แน่นอน
ไปเยี่ยมไอดอลบน Youtube
Youtube สังคมอุดมปัญญา เดี๋ยวนี้เรามีครูอยู่เต็มไปหมด นักปราชญ์ท่านหนึ่งบอกกับลูกศิษยืว่ายุคนี้คือยุคที่ไม่มีข้ออ้างที่จะไม่ประสบความสำเร็จอีกแล้ว ผมชอบคุณตัน ผมก็ฟังคลิปที่คุณตันถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ผมชอบคุณต็อบ เถ้าแก่น้อย ผมก็นั่งฟังเขาสอนการใช้ชีวิต ผมชอบ Steve Jobs ผมก็นั่งตะลึงเวลาเขา Keynote ใช่…!!! สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่สุดคือไอดอล และยุคนี้ไอดอลส่วนใหญ่มีตัวตนผ่าน Youtube ทั้งนั้น ถ้าคุณไม่มีไอดอล หาซะ การได้เสพแนวคิดของคนที่คุณนับถือและอยากประสบความสำเร็จเหมือนกับเขา ลองทำตาม ชิมลางความสำเร็จทีละน้อย มันจะสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอย่างมหาศาล
อ่านหนังสือดีๆช่วยกระแทกความคิด
อ่านหนังสือดีๆหลายๆเล่ม ผมโชคดีที่เป็นคนที่ชอยอ่านหนังสือมากๆ โดยเฉพาะหนังสือที่ช่วยในการสร้างแนวคิดดีๆ สร้างแรงบันดาลใจดีๆให้กับผม ผมถือว่าคนเขียนหนังสือเหล่านี้เป็นผู้มีบุญคุณต่อผมหมด เชื่อไหมว่าหนังสือที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจจนเปี่ยมล้นหลายต่อหลายเล่มถูกเขียนโดยคนไทย โดยเฉพาะหนังสือเล่มที่ผมอ่านซ้ำมากที่สุดอย่างของ สมคิด ลวางกูร ประวัติต็อบ เถ้าแก่น้อย หนังสือของ Steve Jobs แปลไทยเกือบทุกเล่ม หนังสือจิตวิทยาเกี่ยวกับความสำเร็จ ในหนึ่งเดือนผมเสียเงินซื้อหนังสือเยอะมากๆ และผมคิดว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และในอนาคตผมจะเขียน E-book ที่จะเปลี่ยนชีวิตคนเหมือนที่ไอดอลของผมทำ การอ่านหนังสือดีๆจะช่วยสร้างกำลังใจ และเปิดมุมมองทางความคิดคุณอย่างมหาศาล ลองอ่านหนังสือดีๆซักเล่มเดียวคุณก็เข้าใจ
คุยกับคนที่มีชีวิตที่เราอยากได้
สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากการเป็นนายตัวเอง คือผมได้มีโอกาสคุยกับคนที่เขาได้ชีวิตในแบบที่ผมอยากได้แล้ว การมองดูวิธีคิดของคนที่ประสบความสำเร็จแล้วสำคัญมากๆ เพราะมันจะช่วยตรวจสอบว่าความคิดของในปัจจุบันจะสามารถนำพาชีวิตเราไปสู่จุดที่เราต้องการได้หรือเปล่า ล่าสุดผมได้มีโอกาสเจอผู้หญิงเก่งคนหนึ่งที่สามารถทำเงินได้ 17000 บาทด้วยการยกโทรศัพท์เพียงสามครั้ง กับการขับรถอีกหนึ่งครั้ง มันทำให้ผมรู้ว่าวิธีการทำชีวิตตัวเองให้มั่งคั่งมันไม่ได้มีแค่หนึ่งหรือสองวิธี การได้มองวิธีการสร้างความมั่งคั้งของคนอื่นอย่างใกล้ชิดจะทำให้คุณมองเห็นโอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จแบบเขาเช่นกัน นั่นคือการสร้างความหวังเกี่ยวกับอนาคตอย่างมหาศาล อะไรนะ หาคนแบบนี้ไม่ได้ Pantip ไง เพียบ…!!!
หัดใช้ชีวิตให้ตกต่ำ
ความสามารถที่แท้จริงของคุณจะปรากฏก็ต่อเมื่อคุณหลังชนฝา แน่นอนบางคนไม่เคยใช้ชีวิตแบบหลังชนฝา ทำให้เขางัดเอาความใจกล้าหน้าด้านที่จะประสบความสำเร็จออกมาใช้ได้ ผมแนะนำให้คุณทดลองใช้ชีวิตแบบลำบากตรากตรำบ้าง อาทิเช่นคุณได้เงินเดือน 25,000 ให้เอาเงิน 17,000 เข้าบัญชีเงินปิดตาย แล้วเหลือให้ตัวเองซัก 8,000 ก็พอ การจำลองชีวิตตรากตรำจะเสมือนทำให้คุณรู้สึกหลังชนฝา ไม่ผิดถ้าคุณจะลองเสพชีวิตลำบากก่อนที่จะลำบากจริงๆ มันจะทำให้คุณพยายามกว่าเดิมหลายเท่า
พ่อครับ แม่ครับ ผมรักพ่อแม่ครับ
สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามทำให้เป็นประจำ คือนวดเท้าให้พ่อแม่ก่อนจะนอน ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ผมมีความสุขที่สุด เพราะเวลาที่เราเหนื่อยกับชีวิต การได้คุยกับคนที่เขาเหนื่อยในการเลี้ยงดูเรามาย่อมทำให้ความเหนื่อยของเราดูเล็กไปเลย ทุกๆครั้งที่ผมนวดเสร็จและพ่อแม่ผมจะนอน ผมจะกราบเท้ากราบตักทุกครั้งพร้อมทั้งบอกกับพ่อแม่ว่าขอให้ลูกได้สิบล้านเร็วๆ และผลที่ได้ทุกครั้งคือพ่อกับแม่ผมจะยิ้มๆ เอามือตบหัวผมเบาๆแล้วบอกผมเสมอว่า “เอาไปเลยร้อยล้าน…!!!” การได้รับคำอวยพรจากพ่อแม่สุขใจกว่าการได้รับคำอวยพรจากพระภิกษุซะอีก ผมไม่รู้ว่าพ่อแม่ผมจะพูดถูกหรือไม่ แต่ผมได้รับกำลังใจมหาศาลอย่างนี้ทุกค่ำคืน แล้วผมจะท้อ จะเหนื่อยได้ยังไง
สรุป
สุดท้ายผมอยากจะยืนยันคำเดิม ชีวิตคุณออกแบบได้เสมอ สิ่งเดียวที่แตกต่างระหว่างคนที่ใช้ชีวิตเดินไปข้างหน้ากับจมปลักอยู่ที่เดิมคือความหวัง ความหวังเป็นเหมือนเชื้อเพลิงขับเคลื่อนชีวิต ต่อให้คุณมีแรงเหยียบคันเร่ง ถ้าไม่มีเชื้อเพลิงก็ไปไม่ได้ ถ้ามีเชื้อเพลิงแต่ไม่กล้าเหยียบคันเร่งก็ไปไม่ได้ ผมอยากจะบอกว่าบทความของผมนี้ถ้าคุณทำตาม คุณจะได้เชื้อเพลิงเต็มถังทุกคน ที่เหลือคือหน้าที่ของคุณที่จะต้องตัดสินใจยกเท้าออกจากเบรคและเหยียบคันเร่งให้มิด นั่นเป็นเหตุผลเดียวที่ผมยอมเขียนบทความที่ยาวมากๆ เพราะผมรักพวกคุณที่คอยเป็นกำลังใจให้ผม วันนี้ผมขอตอบแทนคุณด้วยบทความที่ดีที่สุด สู้ๆ อย่ายอมแพ้ ชะตากรรมไม่มีวันชนะชะตากู จำไว้ศิลปินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกคือศิลปินที่กล้าออกแบบชีวิตตัวเอง ไปเติมเชื้อเพลิงให้เต็ม แล้วลุยได้แล้ว
 วิชญ์